ส่วน ผสม
วิธีเตรียมผัก โขม นำ ผักโขมไปต้มในน้ำเดือดจัด วิธีสังเกตว่าผักโขมได้ที่หรือไม่ก็คือ ลองบี้ก้าน ถ้าก้านเละแสดงว่าได้ที่แล้ว จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำเย็นให้อยู่ตัวแล้วพักไว้ วิธีทำ 1. เทน้ำมันมะกอกลงในกระทะโดยตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นนำหอมใหญ่สับและกระเทียมสับไปผัดให้เหลืองหอม ประมาณ 3 นาที 2. นำผักโขมที่พักไว้ลงไปผัดปรุงรสด้วยเกลือ, พริกไทย และวิปปิ้งครีมเล็กน้อย คนให้เข้ากัน 3. นำผักโขมที่ผัดเรียบร้อยอัดใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยมอสซาเรลลาชีส และพาเมซานชีส จากนั้นนำไปอบจนชีสเหลืองกรอบพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ได้ในทันที
| ||||||||||||||||
| ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.horapa.com |
วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553
ผักโขมอบชีส
สเต็กหมูบราวน์ซอส
ส่วนผสม
| เนื้อหมูติดกระดูก (พ็อคชอพ) | 1 ชิ้น |
| น้ำมันมะกอก | 1-2 ช้อนโต๊ะ |
| แครอท | 1/2 หัว |
| บร็อกโคลี | 3-4 ช่อ |
| ถั่วหวาน | 5 ฝัก |
| พาร์สเล่สับ | 1 ช้อนชา |
| พริกไทยป่น, เกลือป่น | เล็กน้อย |
| ผักสลัดตามชอบ | |
| บราวน์ซอส |
วิธีทำ
1. ลวกแครอท บร็อกโคลี ถั่วหวาน พอสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำลงผัดกับน้ำมันมะกอก ตักขึ้น
2. โรยเกลือป่น พริกไทยป่น พาร์สเลสับบนชิ้นหมู นำลงกริลล์ในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอสุกตักขึ้น
3. จัดเสิร์ฟคู่กับผักลวกน้ำมันมะกอก ผักสลัด ราดด้วยบราวน์ซอส
ส่วนผสมบราวน์ซอส (Brown Sauce)
| กระดูกวัว - เศษเนื้อวัว | 1 กิโลกรัม |
| น้ำมันพืช | 1/4 ถ้วยตวง |
| หอมใหญ่สับ หยาบ | 1/2 ถ้วยตวง |
| แครอทสับหยาย | 1/2 ถ้วยตวง |
| ก้านขึ้นฉ่าย ฝรั่งสับหยาบ | 1/4 ถ้วยตวง |
| ก้าน ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ | 2 ช้อนโต๊ะ |
| แป้งสาลี | 2-3 ช้อนโต๊ะ |
| เนื้อมะเขือ เทศเข้มข้น (Tomato Paste) | 2 ช้อนโต๊ะ |
| พริกไทยดำ | 1 ช้อนโต๊ะ |
| โรสแมรี่ | 1 ช้อนชา |
| ใบกระวาน | 3-4 ใบ |
| ไทม์ | 1/2 ช้อนชา |
| น้ำสต๊อกสี น้ำตาล | 10 ถ้วยตวง |
| ครีมข้น | 2 ช้อนโต๊ะ |
| เกลือป่น | |
| พริกไทยป่น |
วิธีทำ
1. อบกระดูกวัวและเศษเนื้อวัวให้เหลืองเข้มเป็นสีน้ำตาล
2. ผัดหอมใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่ายและก้านผักชีฝรั่งกับน้ำมันพืช พอผักเริ่มนิ่มใส่แผ้งสาลีผัดด้วยไฟอ่อนให้แป้งเป็นสีน้ำตาล ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นผัดต่อจนกระทั่งแห้งและมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น ใส่พริกไทยดำ โรสแมรี่ ใบกระวาน ไทม์ กระดูกวัวและเศษเนื้อวัวที่อบไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำสต๊อกเคี่ยวต่อจนกระทั่งงวดเหลือประมาณ 2 1/2 -3 ถ้วยตวง ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซอส จะได้ซอสสีน้ำตาลข้นๆ
3. นำซอสที่ได้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่นและครีมข้น
4. จัดเสิร์ฟกับสเต็กหมู
ที่มา :: นิตยสาร แม่บ้าน
วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553
อาหารมาเก๊าที่อยากแนะนำ
2. Caldo Verde ซุปครีมใส่ผักกับไส้กรอก ที่มีส่วนผสมของ กระเทียม กระเทียม และหัวหอม ปรุงแต่งรสชาติให้กลมกล่อมด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก
3. Galinha Africana “ ไก่ย่างแอฟริกัน ” ใช้อกไก่หมักซอสสไตล์ แมกกานีส เสิร์ฟพร้อมข้าวมัน, กล้วยดิบ และพริกแอฟริกันตำ
4. Sopa a alentejana ที่มีส่วนผสมของมันฝรั่งบด ผักสด ไส้กรอกโปรตุเกส เนื้อสัตว์ น้ำมันมะกอก
5. Grill Prawns หรือ Gambas a Macau ซึ่งเป็นกุ้งมังกรที่ผ่านกรรมวิธีการหมักจนได้รสชาติ ก่อนนำไปย่างให้หอมกรุ่นราดหน้าด้วยกระเทียม พริก หัวหอม ที่ผัดรวมกัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
6. “ มินจิ ” หมูสับผัดหอมใหญ่ ราดซอสสไตล์มาเก๊า โรยหน้ามันฝรั่งหั่นลูกเต๋าทอด โปะหน้าด้วยไข่ดาว เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดหนานุ่ม และโทเมโท การ์แตง ก็อร่อยจนลืมคุมน้ำหนัก
7. “ กุ้งสอดไส้พาราดิโซ่ ” กุ้งไซส์เอ็กซ์แอลสอดไส้กระเทียม, หอมแดง และต้นหอมสับ ปรุงรสเข้มข้น เสิร์ฟกับมะนาว, ผักสลัด และขนมปังกระเทียม
8. “ สลัดแมกกานีส ” เครื่องสลัดประกอบด้วย กุ้ง และ ปลาหมึกลวก เนื้อไก่ย่างหั่นเป็นชิ้น พร้อมหอมใหญ่, แอปเปิ้ล, ขึ้นฉ่ายฝรั่ง และมันฝรั่งต้มแช่เย็นฉ่ำ คลุกกับน้ำสลัดครีม ปาปริก้า โรยงาดำ เสิร์ฟพร้อมขิงดอง และผักสลัด
9. “ หอยตลับผัดไวน์ขาวแบบขลุกขลิก ” นำหอยตลับผัดน้ำมันมะกอก กระเทียมสับ, พริกแดง และไวน์ขาว เสิร์ฟพร้อมขนมปัง กระเทียม
1.ขนมที่ขึ้นชื่อและมีต้นกำเนิดอยู่ที่มาเก๊า คือ ทาร์ตไข่ (Egg Tart) หาทานได้บนเกาะโคโลอาน
และย่านเซนาโด้ สแควร์
2.ช็อกโกแลตมูส
3.พุดดิ้งไข่ (Egg Pudding)
4.พุดดิ้งมะม่วง (Mango Pudding)
5.Serradura หรือ ครีมบิสกิต
1.คุกกี้อัลมอนด์ (Almond Cake)
2.ทองพับหรือทองม้วนไส้เค็ม
3.ไส้มะพร้าว ห่อด้วยสาหร่าย (Phoenix egg roll with seaweed & Shredded pork jerky)
ท่านสามารถเลือกชิมก่อนซื้อ เพราะร้านต่างๆ จะนำตัวอย่างขนมมาให้ท่านได้ชิมมากมายจนอิ่ม
อาหารว่างสุดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวมาเก๊า
1.ขนมถั่วลิสง
2.ขนมเหล่าโผ
3.ขนมเมล็ดลูกเหงยิ้ง
4.ขนมม้วนกรอบ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.asiashoppingtour.com
แนะนำอาหารอร่อยๆ ประจำฮ่องกง
อาหารมื้อเช้า เริ่มต้นวันใหม่กับอาหารเช้าแสนอร่อย ที่คนฮ่องกงนิยมรับประทาน กับ
- ติ่มซำ , โจ๊ก , น้ำชา
- ยุน ยอง ( ชาผสมกาแฟใส่นม )
- มักโรนีใส่แฮม
- ขนมปังสับปะรดทาเนยหรือขนมปังปิ้งทาเนย
สามารถเลือกอร่อยกันได้ในย่านเซ็นทรัล & เชิงหว่าน
- แกงกะหรี่เนื้อ ที่ย่านแฮปปี้ วัลเลย์
- ลองแวะชิมมื้อเช้าแบบฮ่องกงแท้ๆ อย่าง หลอ ไหม ไก ( ข้าวเหนียวกับไก่) เป็ดย่าง และ ชาซิว (หมูแดง) ที่ย่านเยามะไต๋ จิมซาโจ่ย & มงก๊ก
อาหารกลางวัน - โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว และ บะหมี่ เป็นมื้อกลางวันที่สะดวกและรวดเร็ว
- เกี๊ยว เมนูที่คุณต้องลองเมื่อมาเยือนฮ่องกง
- ข้าวอบหม้อดิน ที่มีชื่อเสียงร่ำลือถึงรสชาติอันมีเอกลักษณ์ในแบบของมันเอง
- ก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อไส้ปาท่องโก๋ ในย่านแฮปปี้ วัลเลย์
อาหารเย็น - โจ๊กปลาสลิด สูตรดั้งเดิมขนานแท้ของฮ่องกง ในย่านวันไช
- ปูทะเลผัดพริก ที่เลือกใช้แต่ปูเวียดนามที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2 ชั่ง สดใหม่ทุกวัน
- ข้าวอบหม้อดิน
- เนื้อเอ็นกรอบตุ๋นยาจีน จะขายหลังบ่าย 3 โมง หรือบ่าย 4 โมงเท่านั้น อยากอร่อยต้องลองทานกันในเวลานี้ค่ะ
- เนื้อเอ็นราดซอสแกง
- อีหมี่กับซุปเนื้อวัว
- ซุปหอยเปาฮื้อกับงู อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ จะทำขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
- ข้าวหมูแดงกระทะร้อน ที่เห็นในภาพยนตร์ของโจว ซิง ฉือ เรื่อง คนเล็ก กุ๊กเทวดา ในย่านแฮปปี้ วัลเลย์
- ซุปถั่วแดงเคี่ยวเปลือกส้ม รสเลิศโดยการนำถั่วแดงไปต้มกับเปลือกส้ม
- ปลาเค็มผัดหมูสับ โดยใส่ผักกาดดองลงไปด้วย เสริ์ฟพร้อมกับซอสปรุงรสที่ทำจากเครื่องเทศ เปลือกส้ม และน้ำมันงา
อาหารมื้อดึก ร้านอาหารหลายแห่งในฮ่องกงเปิดให้บริการใน ช่วงดึก
- หม้อไฟ ที่แปลกมาก คือจะใส่ติ่มซำ เช่น ขนมกุยช่าย ซาลาเปาไส้หมูแดงและซาลาเปาไส้ครีม ใส่อยู่ในน้ำซุปหม้อไฟ แต่ก็เป็นอาหารค่ำที่ต้องมาลองพิสูจน์
- กั้งผัดพริกไทยเกลือ ใช้กั้งตัวโตเนื้อเหนียวนุ่ม สดใหม่
- โจ๊กสามสหาย ใส่ปลากระเบน หอยนางรมและเนื้อสับ
แนะนำของหวาน ถ้าคุณพลาดการลิ้มลองของหวานและซุปหวานของ ฮ่องกง ถือว่าคุณมาเสียเที่ยว เพราะชาวฮ่องกงนิยมรับประทานซุปหวานหลังอาหารเย็น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นลูกค้ามากมายที่ร้านของหวานแม้ว่าจะเลยตีหนึ่ง ไปแล้วก็ตาม
-ชานมถุงน่องไหม ที่เป็นการผสมชาซีลอนสามถึงสี่ชนิด เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มลิ้น
-วอลนัทเม็ดบัว เป็นของหวานยอดนิยมสำหรับฤดูใบไม้ร่วง
-ชาสมุนไพรโบราณเสิร์ฟพร้อมไข่ ขนมหวานเพื่อสุขภาพ
-ทาร์ตไข่
-ซุปถั่วลิสงบด
-เต้าหู้ทอดและเต้าฮวยร้อนหรือเย็น
-พุดดิ้งมะม่วง ในย่านคอสเวย์ เบย์
-นมตุ๋นน้ำขิง ในย่านคอสเวย์ เบย์
-เจลลี่สมุนไพร มีประโยชน์และช่วยไล่ความร้อนออกจากร่างกายของคุณ
-บัวลอยแป้งข้าวเหนียวในน้ำขิง เสิร์ฟพร้อมเมลอนเชื่อม และถั่วบด ไอศกรีมลิ้นจี่ใส่ไวน์
อาหารริมทาง ขนมสูตรเก่าแก่ที่ขายตามร้านริมทางให้รสชาติที่แท้จริงของ ฮ่องกง การชิมขนมพื้นเมืองเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ของชาวฮ่องกง
-กุ้งม้วน ที่ใช้ฟองเต้าหู้ห่อกุ้ง
-บิสกิตอัลมอนด์
-บิสกิตหมากรุก (ขนมที่ทำจากมะพร้าวและถั่ว ตั้งชื่อตามรูปร่างที่เหมือนเบี้ยหมากรุกจีน)
-เค้กรังนกและบะหมี่ไข่กุ้ง
-เค้กพุดดิ้ง หายากมากในเขตเมือง ร้านที่ขายขนมชนิดนี้เปิดเพียงแค่วันละ 2 ชั่วโมง ในย่านเซ็นทรัล & เชิงหว่าน
-วาฟเฟิลบอล ที่ด้านหนึ่งกรอบแต่อีกด้านหนึ่งนุ่ม ในย่านเยามะไต๋ จิมซาโจ่ย & มงก๊ก
-ลูกชิ้นปลาเครื่องแกง จิ้มราดด้วยด้วยน้ำจิ้มกุ้งและขมิ้น เป็นของว่างที่อร่อยเข้มข้น
-เกาลัดคั่ว
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.asiashoppingtour.com
สูตรอาหาร คะน้าฮ่องกงลวกราดน้ำมันหอย
เครื่องปรุง
คะน้าฮ่องกงหั่นเป็นท่อนๆพอประมาณ
เห็ดหอม 4-6 ดอก
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 3-5 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนชา
น้ำสะอาด
วิธีทำ
1. ล้างผักให้สะอาดก่อน และต้มน้ำรอเอาไว้สำหรับลวกผัก พอน้ำเดือดแล้วเราก็จัดการใส่คะน้าฮ่องกงกับเห็ดหอม ลงไปลวกประมาณ 1 นาที แค่ให้พอกรอบ ไม่สุกมาก แต่ถ้าใครชอบนิ่มๆก็ลวกให้สุกมากอีกหน่อยก็ได้ แล้วเอาออกมาวางให้สะเด็ดน้ำ จัดวางบนจาน
2. ทำ น้ำราด โดยการเอากระทะมาตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป เอากระเทียมสับลงเจียวให้หอมและใส่น้ำมันหอย ใส่ซอสปรุงรส ตัดรสด้วยน้ำตาลทรายนิดหน่อย เติมแป้งมัน คนให้เข้ากัน รอให้เดือดแล้วตักราดบนคะน้าฮ่องกงและเห็ดหอมที่จัดวางบนจาน เท่านี้ก็ได้อีกหนึ่งเมนูมากประโยชน์แล้ว
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.gorkorcor.com/index.php/1-food/14-cooking/kanaa-vegatable/
ไข่กุ๊กกิ๊ก
เต้าหู้แข็ง 3 แผ่น
ไขไก่ 6 ฟอง
แครอทหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
หัวไชเท้าหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. แบ่ง ครึ่งเต้าหู้ตามทางกว้าง 1 แผ่น เป็น 2 ชิ้น พักให้แห้ง
2. ตั้งกระทะทอดเต้าหู้ให้พอง พักให้สะเด็ดน้ำมัน และเย็น
3. ผสมซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เกลือ คนให้ละลาย นำไปคลุกกับแครอทและหัวไชเท้า
4. ผ่าเต้าหู้ที่ทอดไว้ด้านหนึ่งให้มีลักษณะเป็นถุง ใส่ผักรองด้านล่างตอกไข่ใส่ถุงละ 1 ฟอง ใช้ไม้กลัดปิดปากด้านบน
5. วางถุงไข่ในถ้วย นำไปนึ่งไฟแรงประมาณ 15 นาทีหรือ จนสุก
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://board.palungjit.com
Rijstafelเป็นอาหารมาจากทางอินโดนีเซียค่ะ …ทำไม่ยาก เคยไปทาที่ร้าน แล้วหาสูตรมาทำเองค่ะ
เครื่องปรุง
1. ๑ กก. เนื้อหมู สะโพก ไม่มีมัน หั่นสี่เหลี่ยมชิ้นค่อนข้างโต ๆ
2. ๑ หัวหอมใหญ่ หั่นขวางลูกเป็นวง ๆ
3. ๒-๓ กลีบ กระเทียม ตำละเอียด
4. ๒๕๐ กรัม เห็ดสด แชมปิญอง ฝานบาง
5. ๒๐๐ กรัม หน่อไม้ เหลือง จากกระป๋อง
6. ๑ ลิตร น้ำซุปไก่ หรือ ใช้ซุปก้อนแทน
7. เนย เกลือ พริกไทย พับริกา ผงกระหรี่ แป้งมัน
8. และหุงข้าวไทยหรือ ข้าวสีน้ำตาลตามชอบใจค่ะ
เครื่องเคียง
1. ถั่วลิสง
2. แตงกวาดอง
3. มะพร้าวอบ
4. Mango Chutney
5. องุ่นแห้ง
6. มะกอกดอง
7. ส้มสดแกะเป็นกลีบ ๆ หรือ จากกระป๋อง
8. ไข่ต้มแข็ง หั่นเล็ก ๆ
9. หอมดอง
10. ขิงดองแบบหวาน ๆ
ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องครบ แต่ถ้าไปรับประทานที่ร้านเขาจะมีครบให้เลือกแยะมากค่ะ
วิธีทำ
๑. ตั้งหม้อเหล็กใบเก่ง ใส่เนย รอละลายจนหอม ก็ใส่หมูลงผัดแค่พอสุก ๆ แล้วตามด้วยหัวหอมใหญ่และกระเทียมผัด ต่อ จนสลด ตามด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ ( เกลือ พริกไทย ผงกระหรี่ พับริกา) ชิมรส ตามที่ต้องการ จึงใส่น้ำซุป แล้วเคี่ยวไปเรื่อย จนหมุนุ่ม และชิมรสอีกครั้งหนึ่ง…ที่ทำ จะหอมผงกระหรี่ ไม่เผ็ดจัด ออกเค็มนิด ๆ
๒. เอาแป้งมันผสมน้ำ และใส่ลงกวนพอเหนียวอยู่ตัวเท่านั้น
วิธีรับประทาน ทานตอนร้อน ๆ ราดข้าวพร้อมเครื่องเคียงที่ชอบ …ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่าง พร้อมกันหมด ในจานเดียวกัน
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.9leang.com/?p=3789
วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553
ข้าวผัดอินโดนีเซีย
| เครื่องปรุง ข้าวสวย 1 ถ้วย กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือก 2 ตัว ปลาหมึกบั้งหั่นชิ้นพอคำ 3 ชิ้น เนื้อไก่หั่นชิ้นพอคำ 4 ชิ้น หอมใหญ่สับ 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา เนย 2 ช้อนโต๊ะ เครื่องเคียง ข้าวเกรียบทอด 3 ชิ้น หมูสะเต๊ะ 2 ไม้ เครื่องปรุงอาจาด แตงกวาหั่นบางๆ ตามขวาง 3 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 1 หัว พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 1 ช้อนชา ผักชีเด็ดเป็นใบ 4 ใบ น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ถ้วย |
วิธีทำ
1. ใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟพอเนยละลาย ใส่หอมใหญ่ ผัดให้สุกใส
2. ใส่เนื้อไก ปลาหมึก กุ้ง ผัดพอสุก ใส่ข้าว ผัดให้ทั่ว
3. ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ซอสปรุงรส ผัดพอทั่ว
4. ตักใส่จาน โรยพริกไทย รับประทานกับหมูสะเต๊ะ ข้าวเกรียบทอด อาจาด
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.hewhew.com/view_recipe4.php?vote=vote&recipe_id=510