ส่วน ผสม
วิธีเตรียมผัก โขม นำ ผักโขมไปต้มในน้ำเดือดจัด วิธีสังเกตว่าผักโขมได้ที่หรือไม่ก็คือ ลองบี้ก้าน ถ้าก้านเละแสดงว่าได้ที่แล้ว จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำเย็นให้อยู่ตัวแล้วพักไว้ วิธีทำ 1. เทน้ำมันมะกอกลงในกระทะโดยตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นนำหอมใหญ่สับและกระเทียมสับไปผัดให้เหลืองหอม ประมาณ 3 นาที 2. นำผักโขมที่พักไว้ลงไปผัดปรุงรสด้วยเกลือ, พริกไทย และวิปปิ้งครีมเล็กน้อย คนให้เข้ากัน 3. นำผักโขมที่ผัดเรียบร้อยอัดใส่พิมพ์ โรยหน้าด้วยมอสซาเรลลาชีส และพาเมซานชีส จากนั้นนำไปอบจนชีสเหลืองกรอบพร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ได้ในทันที
| ||||||||||||||||
| ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.horapa.com |
วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553
ผักโขมอบชีส
สเต็กหมูบราวน์ซอส
ส่วนผสม
| เนื้อหมูติดกระดูก (พ็อคชอพ) | 1 ชิ้น |
| น้ำมันมะกอก | 1-2 ช้อนโต๊ะ |
| แครอท | 1/2 หัว |
| บร็อกโคลี | 3-4 ช่อ |
| ถั่วหวาน | 5 ฝัก |
| พาร์สเล่สับ | 1 ช้อนชา |
| พริกไทยป่น, เกลือป่น | เล็กน้อย |
| ผักสลัดตามชอบ | |
| บราวน์ซอส |
วิธีทำ
1. ลวกแครอท บร็อกโคลี ถั่วหวาน พอสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำลงผัดกับน้ำมันมะกอก ตักขึ้น
2. โรยเกลือป่น พริกไทยป่น พาร์สเลสับบนชิ้นหมู นำลงกริลล์ในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอสุกตักขึ้น
3. จัดเสิร์ฟคู่กับผักลวกน้ำมันมะกอก ผักสลัด ราดด้วยบราวน์ซอส
ส่วนผสมบราวน์ซอส (Brown Sauce)
| กระดูกวัว - เศษเนื้อวัว | 1 กิโลกรัม |
| น้ำมันพืช | 1/4 ถ้วยตวง |
| หอมใหญ่สับ หยาบ | 1/2 ถ้วยตวง |
| แครอทสับหยาย | 1/2 ถ้วยตวง |
| ก้านขึ้นฉ่าย ฝรั่งสับหยาบ | 1/4 ถ้วยตวง |
| ก้าน ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ | 2 ช้อนโต๊ะ |
| แป้งสาลี | 2-3 ช้อนโต๊ะ |
| เนื้อมะเขือ เทศเข้มข้น (Tomato Paste) | 2 ช้อนโต๊ะ |
| พริกไทยดำ | 1 ช้อนโต๊ะ |
| โรสแมรี่ | 1 ช้อนชา |
| ใบกระวาน | 3-4 ใบ |
| ไทม์ | 1/2 ช้อนชา |
| น้ำสต๊อกสี น้ำตาล | 10 ถ้วยตวง |
| ครีมข้น | 2 ช้อนโต๊ะ |
| เกลือป่น | |
| พริกไทยป่น |
วิธีทำ
1. อบกระดูกวัวและเศษเนื้อวัวให้เหลืองเข้มเป็นสีน้ำตาล
2. ผัดหอมใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่ายและก้านผักชีฝรั่งกับน้ำมันพืช พอผักเริ่มนิ่มใส่แผ้งสาลีผัดด้วยไฟอ่อนให้แป้งเป็นสีน้ำตาล ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นผัดต่อจนกระทั่งแห้งและมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น ใส่พริกไทยดำ โรสแมรี่ ใบกระวาน ไทม์ กระดูกวัวและเศษเนื้อวัวที่อบไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำสต๊อกเคี่ยวต่อจนกระทั่งงวดเหลือประมาณ 2 1/2 -3 ถ้วยตวง ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซอส จะได้ซอสสีน้ำตาลข้นๆ
3. นำซอสที่ได้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่นและครีมข้น
4. จัดเสิร์ฟกับสเต็กหมู
ที่มา :: นิตยสาร แม่บ้าน
วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553
อาหารมาเก๊าที่อยากแนะนำ
2. Caldo Verde ซุปครีมใส่ผักกับไส้กรอก ที่มีส่วนผสมของ กระเทียม กระเทียม และหัวหอม ปรุงแต่งรสชาติให้กลมกล่อมด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอก
3. Galinha Africana “ ไก่ย่างแอฟริกัน ” ใช้อกไก่หมักซอสสไตล์ แมกกานีส เสิร์ฟพร้อมข้าวมัน, กล้วยดิบ และพริกแอฟริกันตำ
4. Sopa a alentejana ที่มีส่วนผสมของมันฝรั่งบด ผักสด ไส้กรอกโปรตุเกส เนื้อสัตว์ น้ำมันมะกอก
5. Grill Prawns หรือ Gambas a Macau ซึ่งเป็นกุ้งมังกรที่ผ่านกรรมวิธีการหมักจนได้รสชาติ ก่อนนำไปย่างให้หอมกรุ่นราดหน้าด้วยกระเทียม พริก หัวหอม ที่ผัดรวมกัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
6. “ มินจิ ” หมูสับผัดหอมใหญ่ ราดซอสสไตล์มาเก๊า โรยหน้ามันฝรั่งหั่นลูกเต๋าทอด โปะหน้าด้วยไข่ดาว เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดหนานุ่ม และโทเมโท การ์แตง ก็อร่อยจนลืมคุมน้ำหนัก
7. “ กุ้งสอดไส้พาราดิโซ่ ” กุ้งไซส์เอ็กซ์แอลสอดไส้กระเทียม, หอมแดง และต้นหอมสับ ปรุงรสเข้มข้น เสิร์ฟกับมะนาว, ผักสลัด และขนมปังกระเทียม
8. “ สลัดแมกกานีส ” เครื่องสลัดประกอบด้วย กุ้ง และ ปลาหมึกลวก เนื้อไก่ย่างหั่นเป็นชิ้น พร้อมหอมใหญ่, แอปเปิ้ล, ขึ้นฉ่ายฝรั่ง และมันฝรั่งต้มแช่เย็นฉ่ำ คลุกกับน้ำสลัดครีม ปาปริก้า โรยงาดำ เสิร์ฟพร้อมขิงดอง และผักสลัด
9. “ หอยตลับผัดไวน์ขาวแบบขลุกขลิก ” นำหอยตลับผัดน้ำมันมะกอก กระเทียมสับ, พริกแดง และไวน์ขาว เสิร์ฟพร้อมขนมปัง กระเทียม
1.ขนมที่ขึ้นชื่อและมีต้นกำเนิดอยู่ที่มาเก๊า คือ ทาร์ตไข่ (Egg Tart) หาทานได้บนเกาะโคโลอาน
และย่านเซนาโด้ สแควร์
2.ช็อกโกแลตมูส
3.พุดดิ้งไข่ (Egg Pudding)
4.พุดดิ้งมะม่วง (Mango Pudding)
5.Serradura หรือ ครีมบิสกิต
1.คุกกี้อัลมอนด์ (Almond Cake)
2.ทองพับหรือทองม้วนไส้เค็ม
3.ไส้มะพร้าว ห่อด้วยสาหร่าย (Phoenix egg roll with seaweed & Shredded pork jerky)
ท่านสามารถเลือกชิมก่อนซื้อ เพราะร้านต่างๆ จะนำตัวอย่างขนมมาให้ท่านได้ชิมมากมายจนอิ่ม
อาหารว่างสุดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวมาเก๊า
1.ขนมถั่วลิสง
2.ขนมเหล่าโผ
3.ขนมเมล็ดลูกเหงยิ้ง
4.ขนมม้วนกรอบ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.asiashoppingtour.com
แนะนำอาหารอร่อยๆ ประจำฮ่องกง
อาหารมื้อเช้า เริ่มต้นวันใหม่กับอาหารเช้าแสนอร่อย ที่คนฮ่องกงนิยมรับประทาน กับ
- ติ่มซำ , โจ๊ก , น้ำชา
- ยุน ยอง ( ชาผสมกาแฟใส่นม )
- มักโรนีใส่แฮม
- ขนมปังสับปะรดทาเนยหรือขนมปังปิ้งทาเนย
สามารถเลือกอร่อยกันได้ในย่านเซ็นทรัล & เชิงหว่าน
- แกงกะหรี่เนื้อ ที่ย่านแฮปปี้ วัลเลย์
- ลองแวะชิมมื้อเช้าแบบฮ่องกงแท้ๆ อย่าง หลอ ไหม ไก ( ข้าวเหนียวกับไก่) เป็ดย่าง และ ชาซิว (หมูแดง) ที่ย่านเยามะไต๋ จิมซาโจ่ย & มงก๊ก
อาหารกลางวัน - โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว และ บะหมี่ เป็นมื้อกลางวันที่สะดวกและรวดเร็ว
- เกี๊ยว เมนูที่คุณต้องลองเมื่อมาเยือนฮ่องกง
- ข้าวอบหม้อดิน ที่มีชื่อเสียงร่ำลือถึงรสชาติอันมีเอกลักษณ์ในแบบของมันเอง
- ก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อไส้ปาท่องโก๋ ในย่านแฮปปี้ วัลเลย์
อาหารเย็น - โจ๊กปลาสลิด สูตรดั้งเดิมขนานแท้ของฮ่องกง ในย่านวันไช
- ปูทะเลผัดพริก ที่เลือกใช้แต่ปูเวียดนามที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 2 ชั่ง สดใหม่ทุกวัน
- ข้าวอบหม้อดิน
- เนื้อเอ็นกรอบตุ๋นยาจีน จะขายหลังบ่าย 3 โมง หรือบ่าย 4 โมงเท่านั้น อยากอร่อยต้องลองทานกันในเวลานี้ค่ะ
- เนื้อเอ็นราดซอสแกง
- อีหมี่กับซุปเนื้อวัว
- ซุปหอยเปาฮื้อกับงู อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ จะทำขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
- ข้าวหมูแดงกระทะร้อน ที่เห็นในภาพยนตร์ของโจว ซิง ฉือ เรื่อง คนเล็ก กุ๊กเทวดา ในย่านแฮปปี้ วัลเลย์
- ซุปถั่วแดงเคี่ยวเปลือกส้ม รสเลิศโดยการนำถั่วแดงไปต้มกับเปลือกส้ม
- ปลาเค็มผัดหมูสับ โดยใส่ผักกาดดองลงไปด้วย เสริ์ฟพร้อมกับซอสปรุงรสที่ทำจากเครื่องเทศ เปลือกส้ม และน้ำมันงา
อาหารมื้อดึก ร้านอาหารหลายแห่งในฮ่องกงเปิดให้บริการใน ช่วงดึก
- หม้อไฟ ที่แปลกมาก คือจะใส่ติ่มซำ เช่น ขนมกุยช่าย ซาลาเปาไส้หมูแดงและซาลาเปาไส้ครีม ใส่อยู่ในน้ำซุปหม้อไฟ แต่ก็เป็นอาหารค่ำที่ต้องมาลองพิสูจน์
- กั้งผัดพริกไทยเกลือ ใช้กั้งตัวโตเนื้อเหนียวนุ่ม สดใหม่
- โจ๊กสามสหาย ใส่ปลากระเบน หอยนางรมและเนื้อสับ
แนะนำของหวาน ถ้าคุณพลาดการลิ้มลองของหวานและซุปหวานของ ฮ่องกง ถือว่าคุณมาเสียเที่ยว เพราะชาวฮ่องกงนิยมรับประทานซุปหวานหลังอาหารเย็น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นลูกค้ามากมายที่ร้านของหวานแม้ว่าจะเลยตีหนึ่ง ไปแล้วก็ตาม
-ชานมถุงน่องไหม ที่เป็นการผสมชาซีลอนสามถึงสี่ชนิด เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มลิ้น
-วอลนัทเม็ดบัว เป็นของหวานยอดนิยมสำหรับฤดูใบไม้ร่วง
-ชาสมุนไพรโบราณเสิร์ฟพร้อมไข่ ขนมหวานเพื่อสุขภาพ
-ทาร์ตไข่
-ซุปถั่วลิสงบด
-เต้าหู้ทอดและเต้าฮวยร้อนหรือเย็น
-พุดดิ้งมะม่วง ในย่านคอสเวย์ เบย์
-นมตุ๋นน้ำขิง ในย่านคอสเวย์ เบย์
-เจลลี่สมุนไพร มีประโยชน์และช่วยไล่ความร้อนออกจากร่างกายของคุณ
-บัวลอยแป้งข้าวเหนียวในน้ำขิง เสิร์ฟพร้อมเมลอนเชื่อม และถั่วบด ไอศกรีมลิ้นจี่ใส่ไวน์
อาหารริมทาง ขนมสูตรเก่าแก่ที่ขายตามร้านริมทางให้รสชาติที่แท้จริงของ ฮ่องกง การชิมขนมพื้นเมืองเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ของชาวฮ่องกง
-กุ้งม้วน ที่ใช้ฟองเต้าหู้ห่อกุ้ง
-บิสกิตอัลมอนด์
-บิสกิตหมากรุก (ขนมที่ทำจากมะพร้าวและถั่ว ตั้งชื่อตามรูปร่างที่เหมือนเบี้ยหมากรุกจีน)
-เค้กรังนกและบะหมี่ไข่กุ้ง
-เค้กพุดดิ้ง หายากมากในเขตเมือง ร้านที่ขายขนมชนิดนี้เปิดเพียงแค่วันละ 2 ชั่วโมง ในย่านเซ็นทรัล & เชิงหว่าน
-วาฟเฟิลบอล ที่ด้านหนึ่งกรอบแต่อีกด้านหนึ่งนุ่ม ในย่านเยามะไต๋ จิมซาโจ่ย & มงก๊ก
-ลูกชิ้นปลาเครื่องแกง จิ้มราดด้วยด้วยน้ำจิ้มกุ้งและขมิ้น เป็นของว่างที่อร่อยเข้มข้น
-เกาลัดคั่ว
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.asiashoppingtour.com
สูตรอาหาร คะน้าฮ่องกงลวกราดน้ำมันหอย
เครื่องปรุง
คะน้าฮ่องกงหั่นเป็นท่อนๆพอประมาณ
เห็ดหอม 4-6 ดอก
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 3-5 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1 ช้อนชา
น้ำสะอาด
วิธีทำ
1. ล้างผักให้สะอาดก่อน และต้มน้ำรอเอาไว้สำหรับลวกผัก พอน้ำเดือดแล้วเราก็จัดการใส่คะน้าฮ่องกงกับเห็ดหอม ลงไปลวกประมาณ 1 นาที แค่ให้พอกรอบ ไม่สุกมาก แต่ถ้าใครชอบนิ่มๆก็ลวกให้สุกมากอีกหน่อยก็ได้ แล้วเอาออกมาวางให้สะเด็ดน้ำ จัดวางบนจาน
2. ทำ น้ำราด โดยการเอากระทะมาตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป เอากระเทียมสับลงเจียวให้หอมและใส่น้ำมันหอย ใส่ซอสปรุงรส ตัดรสด้วยน้ำตาลทรายนิดหน่อย เติมแป้งมัน คนให้เข้ากัน รอให้เดือดแล้วตักราดบนคะน้าฮ่องกงและเห็ดหอมที่จัดวางบนจาน เท่านี้ก็ได้อีกหนึ่งเมนูมากประโยชน์แล้ว
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.gorkorcor.com/index.php/1-food/14-cooking/kanaa-vegatable/
ไข่กุ๊กกิ๊ก
เต้าหู้แข็ง 3 แผ่น
ไขไก่ 6 ฟอง
แครอทหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
หัวไชเท้าหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1. แบ่ง ครึ่งเต้าหู้ตามทางกว้าง 1 แผ่น เป็น 2 ชิ้น พักให้แห้ง
2. ตั้งกระทะทอดเต้าหู้ให้พอง พักให้สะเด็ดน้ำมัน และเย็น
3. ผสมซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เกลือ คนให้ละลาย นำไปคลุกกับแครอทและหัวไชเท้า
4. ผ่าเต้าหู้ที่ทอดไว้ด้านหนึ่งให้มีลักษณะเป็นถุง ใส่ผักรองด้านล่างตอกไข่ใส่ถุงละ 1 ฟอง ใช้ไม้กลัดปิดปากด้านบน
5. วางถุงไข่ในถ้วย นำไปนึ่งไฟแรงประมาณ 15 นาทีหรือ จนสุก
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://board.palungjit.com
Rijstafelเป็นอาหารมาจากทางอินโดนีเซียค่ะ …ทำไม่ยาก เคยไปทาที่ร้าน แล้วหาสูตรมาทำเองค่ะ
เครื่องปรุง
1. ๑ กก. เนื้อหมู สะโพก ไม่มีมัน หั่นสี่เหลี่ยมชิ้นค่อนข้างโต ๆ
2. ๑ หัวหอมใหญ่ หั่นขวางลูกเป็นวง ๆ
3. ๒-๓ กลีบ กระเทียม ตำละเอียด
4. ๒๕๐ กรัม เห็ดสด แชมปิญอง ฝานบาง
5. ๒๐๐ กรัม หน่อไม้ เหลือง จากกระป๋อง
6. ๑ ลิตร น้ำซุปไก่ หรือ ใช้ซุปก้อนแทน
7. เนย เกลือ พริกไทย พับริกา ผงกระหรี่ แป้งมัน
8. และหุงข้าวไทยหรือ ข้าวสีน้ำตาลตามชอบใจค่ะ
เครื่องเคียง
1. ถั่วลิสง
2. แตงกวาดอง
3. มะพร้าวอบ
4. Mango Chutney
5. องุ่นแห้ง
6. มะกอกดอง
7. ส้มสดแกะเป็นกลีบ ๆ หรือ จากกระป๋อง
8. ไข่ต้มแข็ง หั่นเล็ก ๆ
9. หอมดอง
10. ขิงดองแบบหวาน ๆ
ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องครบ แต่ถ้าไปรับประทานที่ร้านเขาจะมีครบให้เลือกแยะมากค่ะ
วิธีทำ
๑. ตั้งหม้อเหล็กใบเก่ง ใส่เนย รอละลายจนหอม ก็ใส่หมูลงผัดแค่พอสุก ๆ แล้วตามด้วยหัวหอมใหญ่และกระเทียมผัด ต่อ จนสลด ตามด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ ( เกลือ พริกไทย ผงกระหรี่ พับริกา) ชิมรส ตามที่ต้องการ จึงใส่น้ำซุป แล้วเคี่ยวไปเรื่อย จนหมุนุ่ม และชิมรสอีกครั้งหนึ่ง…ที่ทำ จะหอมผงกระหรี่ ไม่เผ็ดจัด ออกเค็มนิด ๆ
๒. เอาแป้งมันผสมน้ำ และใส่ลงกวนพอเหนียวอยู่ตัวเท่านั้น
วิธีรับประทาน ทานตอนร้อน ๆ ราดข้าวพร้อมเครื่องเคียงที่ชอบ …ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่าง พร้อมกันหมด ในจานเดียวกัน
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.9leang.com/?p=3789
วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553
ข้าวผัดอินโดนีเซีย
| เครื่องปรุง ข้าวสวย 1 ถ้วย กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือก 2 ตัว ปลาหมึกบั้งหั่นชิ้นพอคำ 3 ชิ้น เนื้อไก่หั่นชิ้นพอคำ 4 ชิ้น หอมใหญ่สับ 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา เนย 2 ช้อนโต๊ะ เครื่องเคียง ข้าวเกรียบทอด 3 ชิ้น หมูสะเต๊ะ 2 ไม้ เครื่องปรุงอาจาด แตงกวาหั่นบางๆ ตามขวาง 3 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 1 หัว พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 1 ช้อนชา ผักชีเด็ดเป็นใบ 4 ใบ น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ถ้วย |
วิธีทำ
1. ใส่เนยลงในกระทะ ตั้งไฟพอเนยละลาย ใส่หอมใหญ่ ผัดให้สุกใส
2. ใส่เนื้อไก ปลาหมึก กุ้ง ผัดพอสุก ใส่ข้าว ผัดให้ทั่ว
3. ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ซอสปรุงรส ผัดพอทั่ว
4. ตักใส่จาน โรยพริกไทย รับประทานกับหมูสะเต๊ะ ข้าวเกรียบทอด อาจาด
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.hewhew.com/view_recipe4.php?vote=vote&recipe_id=510
วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553
กิมจิจือเกะ ซุปกิมจิ
มาอีกแล้วตามกระแสกับอาหารเกาหลีอย่าง กิมจิจือเกะ หรือเรียกไทยๆ ว่าซุปกิมจิ ที่สุดแสนจะอร่อย วิธีทำไม่ได้ยุ่งยากหากจะให้อร่อยต้องใช้กิมจิที่มีรสชาติเข้มข้น ซึ่งเพื่อนเกาหลีแนะนำว่าให้นำกิมจิออกมาทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องสักพักก่อน นำไปปรุงจะมีรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
ส่วนผสม
- กิมจิ ยิ่งเปรี้ยวยิ่งดี
- เต้าหู้
- เนื้อหมู
- ต้นหอม
- พริก
- กระเทียมและขิง สับเป็นชิ้นเล็กๆ
- น้ำตาล
- เกลือ
- พริกไทย
- พริกป่น
- ทาชีดา หรือ ผงปรุงรสหมู
วิธีทำ
- หั่นกิมจิเป็นชิ้นๆ พอดีคำ แล้วนำไปผัดในหม้อ ใส่น้ำตาล ผงปรุงรสหมู พริกป่น กระเทียมสับ ผัดไปผัดมา เสร็จแล้วเอาหมูที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงไปผัด ถ้าไม่ชอบหมูสามารถใช้ ทูน่า แฺฮม เต้าหู้ แทนก็ได้
- เติมน้ำลงไปต้ม จนเดือด สักพัก ใส่ต้นหอม พริก ที่หั่นแล้วลงไป
- ต้มอีกครั้งจนเดือด ชิมรา ใส่เหล้าจีนลงไปได้นิดหน่อย ใส่เกลือ ขิง อย่าให้เค็มมาก ปรุงรสตามใจชอบ แต่แกงกิมจินั้นจะออกเปรี้ยวนำ
วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553
โอโคโนมิยากิ หรือ ที่รู้จักกันว่า พิซซ่าญี่ปุ่น
ตามคำเรียกร้อง อาหารญี่ปุ่น มาอัพเดทให้แล้วค่ะ เมนูนี้ เจ้าของบล็อกก็ชอบเป็นพิเศษค่ะ
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นหั่นบาง 150–200 กรัม
- กะหล่ำปลี 300–400 กรัม
- แป้งสาลี 400 กรัม
- ไข่ไก่ 8 ฟอง
- มันญี่ปุ่น (นากาอิโมะ) 140–150 กรัม
- เส้นโซบะ 300 กรัม
- ดาชิ (ผงปรุงรสปลาโอ) 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสโอโคโนมิยากิ (ตราบลูด๊อก) ตามชอบ
- น้ำสลัดมายองเนส (ตราคิวพี) ตามชอบ
- ขิงดอง ตามชอบ
- สาหร่ายทะเลปรุงรส (แบบป่น) ตามชอบ
- เนื้อปลาโอหั่นซอย (แห้ง) ตามชอบ
- น้ำมันพืช
- น้ำเปล่า
วิธีทำ
- ล้างกะหล่ำปลีให้สะอาด จากนั้นซอยกะหล่ำปลีไม่ให้ละเอียดเกินไป (ประมาณ 0.7 ซ.ม.) พักไว้ หั่นขิงดอง (เป็นลูกเต๋าเล็กๆ) พักใส่ถ้วย
- ปอกเปลือกมันญี่ปุ่นแล้วนำมาขูดกับเครื่องขูด นำไปคลุกเคล้ากับกะหล่ำปลี ใส่ผงปรุงรสปลาดาชิ 1 ช้อนโต๊ะ
- ตอกไข่ใส่ 4 ฟอง ตามด้วยแป้งสาลี น้ำเปล่า 1 แก้ว คนให้เข้ากันพอประมาณ (แป้งสาลีเพิ่มได้ถ้ามีน้ำเยอะเกินไป)
- ตั้งกระทะ (ไฟปานกลาง) ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ รอร้อน
- ตักส่วนผสมแป้งเทลงกระทะ จัดให้เป็นทรงกลมๆ นำหมูสามชั้นวางไว้ด้านบน รอ 6 นาที หรือดูด้านที่สัมผัสกับกระทะมีสีน้ำตาลเข้ม พลิกกลับเอาด้านหมูลง รอจนกว่าเนื้อหมูจะสุก (ใช้ตะเกียบจิ้มและกดลง ถ้ามีน้ำสีขาวซึมขึ้นมาแสดงว่ายังไม่สุก) เมื่อสุกแล้วให้กลับด้านอีกครั้ง
- ผัดเส้นโซบะกับน้ำมันนิดหน่อย พอสุก นำไข่ไก่ตอกใส่ตรงกลาง จากนั้นวางโอโคโนมิยากิข้างบนโดยเอาด้านที่มีหมูอยู่ข้างบน รอ 5 นาที แล้วพลิกกลับด้าน รออีก 1 นาที ตักใส่จาน
- บีบซอสโอโคโนมิยากิ (ทำเป็นตารางหมากรุกถี่ๆ) แล้วตามด้วยมายองเนส โรยสาหร่ายป่นและปลาโอป่น ตามด้วย ขิงดอง ตามใจชอบ
ขอบคุณที่มา-hilunch.com
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ทาโกยากิ - ขนมครกญี่ปุ่น
1. แป้งทาโกะ 1 ถุง
2. ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. น้ำเปล่า 7 ถ้วยตวง
4. ทาโกะ (ปลาหมึกยักษ์ญี่ปุ่น) หั่นสี่เหลี่ยมเต๋า
5. ขิงดองญี่ปุ่นหั่นฝอยเล็กๆ
6. ต้นหอมซอย
7. ปลาแห้งญี่ปุ่น (สำหรับโรยหน้า)
8. ซอสหวาน สำหรับทาโกะยากิ
9. สาหร่ายผง
10. มายองเนส
11. น้ำมันพืชสำหรับเช็ดเตา
วิธีทำ
1. ค่อยๆผสมแป้ง 1 ถุงกับน้ำและไข่ไก่ จนเนื้อแป้งเนียนละเอียด
2. ตั้งเตาขนมครกจนเริ่มร้อน เช็ดเตาด้วยน้ำมันพืช (เพื่อไม่ให้ขนมครกติดเตา)
3. หยอดแป้งลงไปจนเต็ม
4. ใส่ส่วนผสมของปลาหมึก ต้นหอมซอย ขิงดอง ลงไป
5. รอจนด้านล่างสุก ใช้ไม้จิ้มพลิกกลับด้านรอจนสุกอีกแล้วกลับด้าน ได้ขนมครกลูกกลมๆกลิ้งไปมาจนสุกทั่ว
6. ตักใส่จานราดด้วยมายองเนส และซอสทาโกะยากิ โรยหน้าด้วยปลาแห้งและสาหร่ายผง
หมี่กะทิญวน
ส่วนผสม
ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์หรือเส้นเล็ก
เต้าเจี้ยวขาว
หอมแดง
พริกแห้ง
กะทิ แยกหัวกับหางกะทิออกจากกัน
หมูสับ
กุ้งสด สับหยาบๆ
ผักแกล้ม (หัวปลี ผักกุยช่าย ถั่วงอกดิบ)
มะนาว
น้ำปลา
น้ำตาล
ไข่ไก่
วิธีทำ
1.โขลกพริกแห้ง (แช่น้ำแล้ว) ให้ละเอียด พักไว้
2.โขลกหอมแดง พักไว้
3.โขลกเต้าเจี้ยวขาวให้ละเอียด พักไว้
4.ตั้งน้ำหางกะทิไว้อีกเตา คนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้กะทิแยกส่วน
5.เคี่ยวหัวกะทิพอแตกมัน แล้วเอาพริกแห้งที่โขลกลงไปผัด ตามด้วยหอมแดงโขลก
6.ผัดพอหอมแล้วใส่เต้าเจี้ยวและหมูสับ กุ้งสับ ลงไป
7.ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ระหว่างนี้ก็ค่อยๆ เติมหางกะทิเดือดๆ ลงไป ปรุงรสตามต้องการ
8.ต่อยไข่ไก่ตีให้เข้ากันใส่ลงไป ค่อยๆ ตีเบาๆ ให้น้ำข้น
9.ลวกเส้นจันท์หรือเส้นเล็ก ให้พอสุกเหนียว
10.รับประทานกับหัวปลี ผักกุยช่าย และถั่วงอกดิบ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตา
ปลาทูทอดแป้ง
| ปลาทูสด | 5 | ตัว |
| แป้งข้าวเจ้า | 1/2 | ถ้วยตวง |
| แป้งชุบทอดสำเร็จรูป | 1/3 | ถ้วยตวง |
| มะพร้าวขูดฝอย | 1/2 | ถ้วยตวง |
| เกลือป่น | 1 | ช้อนชา |
| น้ำปูนใส | 1/2 | ถ้วยตวง |
1. ล้างปลาทูสดให้สะอาด พักไว้
2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งชุบทอด มะพร้าวขูดฝอย เกลือและน้ำปูนใสเข้าด้วยกัน
3. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน นำปลาทูชุบส่วนผสมแป้งและลงทอดในน้ำมัน โดยใช้ไฟปานกลาง ทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม
ข้อขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.thaifooddb.com
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เป็ดย่างตุ๋นมะนาวดอง
เป็นอาหารจีนจานโปรด อีกจานหนึ่งที่อยากนำเสนอ มากคะ่
ส่วนผสม
- เป็ดย่าง 1 ตัว
- มะนาวดอง 1 ผล
- เห็ดหอม (แช่น้ำให้นุ่ม) 5 ดอก
- หน่อไม้ฝรั่ง (หรือหน่อไม้ไผ่ตงหั่น) 1 ถ้วย
- รากผักชี (บุบพอแตก) 1 หัว
- พริกไทย 15 เม็ด
- น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
- ผักชี
วิธีทำ
- หั่นเป็ดย่างเป็นชิ้นพอคำ อย่าให้เล็กจนเกินไป ใส่หม้อตุ๋น เติมน้ำให้ท่วม พอจวนเดือดค่อยๆ ช้อนฟองทิ้ง
- ใช้มีดปลายแหลม เจาะรูที่มะนาวดองให้ทั่ว ใส่ลงในหม้อตุ๋น
- ใส่กระเทียม พริกไทย รากผักชี เห็ดหอม หน่อไม้ ปรุงรสตามต้องการ
- พอสุกและเปื่อยดีแล้ว ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชี
วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เคล็ดลับ การหมักเนื้อเสต็ก ให้นุ่ม... อร่อย
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.thaifooddb.com/tips/tips072.html
ฮิยาชิ ราเมน
เครื่องปรุง
| บะหมี่เหลือง | 4 ก้อน |
| ไข่ | 2 ฟอง |
| เนื้ออกไก่ | 100 กรัม |
| แฮม | 4 แผ่น |
| แตงกวาญี่ปุ่น | 1 ลูก |
| สาเก, น้ำมันงา | อย่างละเล็กน้อย |
เครื่องปรุงน้ำซอส
| น้ำซุป | 1/2 ถ้วย |
| น้ำส้มสายชู | 1/5 ถ้วย |
| โชยุ | 1/5 ถ้วย |
| น้ำตาล | 3 ช้อนโต๊ะ |
| เกลือ | 1/2 ช้อนชา |
| น้ำมันงา | 1 ช้อนชา |
| พริกป่นละเอียด | 1 ช้อนชา |
| งาขาวคั่ว | 1 ช้อนโต๊ะ |
วิธีทำ
1. ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำมันลงเล็กน้อย จากนั้นเทไข่ลงแล้วหมุนกระทะ ให้ไข่แผ่เป็นแผ่นบางๆ พอสุกนำมาซอยให้เป็นเส้นๆ
2. นำเนื้อไก่ลงต้มในหม้อ เติมสาเกเล็กน้อย ต้มให้สุกแล้วนำมาฉีกเป็นฝอย
3. ลวกแฮมในน้ำเดือด แล้วหั่นเป็นเส้นๆ
4. ซอยแตงกวาเป็นเส้น ส่วนผสมที่นำมาซอยเป็นเส้นควรทำให้มีขนาดเท่ากันทั้งหมด
5. ปรุงน้ำซอส โดยนำน้ำซุปตั้งไฟ จากนั้น เติมน้ำส้ม โชยุ น้ำตาลและเกลือ พอเดือดก็ยกลงแล้วเติมน้ำมันงา พริกป่นและงาขาวคั่ว คนให้เข้ากัน แล้วตักใส่ถ้วย
6. ลวกเส้นบะหมี่ในน้ำเดือดๆ พอสุกแล้วนำมาผ่านในน้ำเย็น ใช้มือขวาไปมา ทำให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำมาคลุกกับน้ำมันงาให้ทั่วแล้วจัดใส่จาน
7. วางเครื่องที่เตรียมไว้ทั้งหมดบนเส้นบะหมี่ จัดเรียงให้สวยงาม นำมาทานกับน้ำซอส
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.horapa.com/content.php?Category=Japan&No=896
วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ก๋วยเตี๋ยวเกาหลี
คล้ายก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น แต่มีเอกลักษณ์เกาหลีที่น่าทึ่ง
ไม่ ต้องสงสัยเลยว่าครัวเกาหลี ซึ่งอยู่ในกลุ่มวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเดียวกันกับครัวจีน และครัวญี่ปุ่น จะโดดเด่นด้านก๋วยเตี๊ยวหรืออาหารเส้น ด้วยเครื่องปรุงก๋วยเตี๊ยวส่วนใหญ่ จะคล้ายของญี่ปุ่น แต่มีลักษณะเฉพาะตัว การทดแทนด้วยซอสของญี่ปุ่นอาจเป็นไปได้ แต่ต้องเสียสละรสชาติแท้ๆแบบเกาหลีไป ตัวอย่างเช่น เส้น แนงเมียน (naengmyun) แม้จะทดแทนด้วยเส้นโซบะได้ เพราะทำจากบักวีตเหมือนกัน แต่แนงเมียนยังผสมด้วยแป้งมันฝรั่ง ขณะที่เส้นโซบะผสมด้วยแป้งสาลี ทำให้ราคาแพงเกินไป และหาซื้อยากกว่าเส้นโซเมียน (somyun) ก็คล้ายเส้นโซเม็งของญี่ปุ่น แต่ขนาดดเล็กกว่าปานเส้นผม วุ้นเส้นเกาหลี หรือดางเมียน (dangmyun) ต่างจากวุ้นเส้นทั่วไปเพราะทำจากแป้งมันเทศแทนที่จะเป็นถั่วเขียว และเส้นขนาดใหญ่กว่า
แม้ก๋วยเตี๋ยวเกาหลีจะมีทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำและ ก๋วยเตี๊ยวเย็นให้เลือก แต่ก๋วยเตี๊ยวเย็นดูจะโดดเด่นกว่า โดยมีทั้งก๋วยเตี๊ยวเย็นแบบน้ำ และแบบน้ำขลุกขลิก (เราเรียก๋วยเตี๊ยวคลุก) ตัวอย่างก๋วยเตี๊ยวน้ำแบบเย็นคือ mool naengmyun ก๋วยเตี๊ยวเย็นแบบคลุก คือ bibimmyun ส่วนเกี๊ยวเกาหลี หรือ mandu ก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่เป็นไส้เนื้อหรือหากเป็นเกี๋ยวน้ำ (mandukuk) ก็เป็นน้ำซุปเนื้อเป็นหลัก
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.horapa.com/content.php?Category=Korean&No=705
บะหมี่เย็นรสปลาหมึก
ส่วนผสม
| ปลาหมึก | 1 ตัว |
| กะหล่ำปลี | 3 ใบ |
| ต้นหอม | 1 ต้น |
| หอมใหญ่ | 1/2 หัว |
| แครอท | 1/4 หัว |
| เห็ดหอม | 3 ดอก |
| กุยช่าย | 1/4 ต้น |
| บะหมี่เย็น | 2 ก้อน |
| น้ำมันสลัด | ปริมาณพอเหมาะ |
| แตงกวาเกาหลี | เล็กน้อย |
| งาดำ | เล็กน้อย |
ส่วนผสมน้ำปรุง
| ซอสปรุงรส | 2 ช้อนโต๊ะ |
| พริกป่น | 2 ช้อนโต๊ะ |
| น้ำมันงา | 2 ช้อนโต๊ะ |
| น้ำตาล | 2 ช้อนโต๊ะ |
วิธีทำ
1. เอาไส้ปลาหมึกออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอคำ
2. หั่นผักให้มีขนาดพอดีคำ นำบะหมี่เย็น ลวกน้ำร้อน นำขึ้นแช่ในน้ำเย็น
3. เทน้ำมันสลัด ผัดปลาหมึกให้สุก
4. เติมผักลงไป และปรุงรสด้วยส่วนผสมน้ำปรุงรส
5. จัดใส่ตรงกลางของจาน นำบะหมี่เย็นวางไว้โดยรอบ
6. ตกแต่งด้วย แตงกวาเกาหลี และโรยงาดำไว้บนเส้น
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.horapa.com/content.php?Category=Korean&No=1035
วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553
หมูเมนูโด จากฟิลิปปินส์
สตูว์ซอสมะเขือเทศใส่หมู ตับ แครอท มันฝรั่ง และพริกหวาน เป็นอาหารจานโปรดที่ทานได้ทุกฤดู สำหรับเทศกาลเฉลิมฉลองและโอกาสทั่วไป
ส่วนผสม
| น้ำมันทำอาหาร 2 ช้อนโต๊ะ |
| กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ |
| หัวหอมใหญ่สับ 1 /4 ถ้วย |
| เนื้อหมูหั่นรูปลูกเต๋า 400 กรัม |
| ตับหมูหั่นรูปลูกเต๋า 100 กรัม |
| น้ำหรือน้ำซุป 1 ถ้วย |
| เกลือ 1 ช้อนชา |
| ซอสถั่วเหลือง 1/4 ถ้วย |
| ซอสมะเขือเทศ 1 ถ้วย |
| น้ำหรือน้ำซุป 1 ถ้วย |
| มันฝรั่งหั่นรูปลูกเต๋า 1 ถ้วย |
| แครอทหั่นรูปลูกเต๋า 1 ถ้วย |
| พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา |
| พริกหวานสีแดงหั่นรูปลูกเต๋า 1/4 ถ้วย |
| พริกหวานสีเขียวหั่นรูปลูกเต๋า 1/4 ถ้วย |
| เนยแข็งขูด ¼ ถ้วย |
| เกลือและพริกไทยปรุงรสตามชอบ |
| เครื่องปรุงรสอูมามิ ผงชูรส อายิโนะโมะโต๊ะ 1 ช้อนชา |
วิธีทำ
1.เทน้ำมันลงในกระทะ ที่ตั้งไว้จนร้อน ผัดกระเทียม หอม เนื้อหมู และตับนาน 5 นาที โดยใช้ไฟปานกลาง2.เติมน้ำซุป เกลือ ซอสถั่วเหลือง และซอสมะเขือเทส ลงในกระทะ ปิดฝาแล้วเคี่ยวทิ้งไว้ 15 นาที
3.เติมน้ำซุป มันฝรั่ง แครอท พริกหวานสีแดงและสีเขียว และเนยแข็งลงในกระทะ
4.ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และ เครื่องปรุงรสอูมามิ ผงชูรส อายิโนะโมะโต๊ะ ปิดฝาแล้วเคี่ยวทิ้งไว้ 5 นาทีโดยใช้ไฟอ่อน
เคล็ดความอร่อย
นำเนยแข็งไปแช่เย็นให้แข็งก่อนนำมาขูด โดยใช้แปรงชุบน้ำมันปัดที่เครื่องขูด จะทำให้เป็นฝอยสวยงาม
ขอบคุณที่มาจาก www.ajinomoto.com น่ะค่ะ
วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เริ่มประเดิมอาหารจานแรกกับ "ซี่โครงหมูน้ำแดง สูตรประยุกต์"
เครื่องปรุง
1. ผงหมูแดงโลโบ ไม่มีรูปนะคะ
2. ซี่โครงหมูคะ
3. น้ำมันหอย
4.น้ำตาลปี๊บ
วิธีทำ
1. นำเอาซี่โครงหมูมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ พักไว้ก่อน
2. ต่อมาตั้งน้ำบนกระทะ รอให้เดือดแล้วใส่ผงหมูแดงลงไป
3. พอผงหมูแดงละลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้วใส่วี่โครงลงไป
ขอบคุณที่มาจาก คุณ chocky3girl จากเว็บ www.ladysquare.com
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วิตามินกินอย่างไรให้ถูกวิธี
ในที่นี้จะขอเล่าถึงวิตามินบางตัวที่มีความสำคัญต่อภูมิชีวิต (Immune System) เรา ซึ่งที่น่ารู้จักก็คือ วิตามินในกลุ่มแอนติออกซิแดนท์ ได้แก่ A, C, D และ E และกลุ่มวิตามิน B ชนิดต่างๆ
วิตามิน A
พบใน น้ำมันตับปลา ผักสีต่างๆ เช่น แครอท ผักโขม และหัวบีทรู้ท
ประโยชน์
- ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน
- ช่วยให้กระดูก ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง
- สร้างความต้านทานให้แก่ระบบหายใจ
- ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น
- ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดอาการอักเสบของสิว ช่วยลบจุดด่างดำ และจุดวัยสูงอายุ
- ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
ปริมาณที่แนะนำ
- ผู้ชายควรกินอาหารที่มีวิตามิน A 1,000 R.E. หรือเท่ากับ 5,000 I.U. ต่อวัน
- ผู้หญิงควรกินอาหารให้ได้วิตามิน A 800 R.E. หรือ 4,000 I.U. ต่อวัน
- หากกำลังตั้งครรภ์ควรกินเพิ่มเป็น 1,000 R.E. หรือ 5,000 I.U. ต่อวัน
- สำหรับการกินวิตามิน A เป็นอาหารเสริมควรกินวันละ 10,000 I.U.
วิตามิน C
ประโยชน์
- เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นตัวเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด
- ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น
- ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
- ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (MUTATION)
- ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในกรณีเด็กอ่อน
- ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
- ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
- ช่วยคลายเครียด
ปริมาณที่แนะนำ
- ในรายที่ขาดวิตามิน C ควรกิน เสริม วันละ 1,000 mg
วิตามิน D
พบมาก ในเนย นม เนยแข็ง และในแดด ดังนั้น เราจึงควรตากแดดวันละ 2-3 ชั่วโมง
ประโยชน์
- ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยในการย่อยอาหาร เพิ่มพลังงาน และช่วยรักษาสิว ทั้งนี้หากกินร่วมกับวิตามิน B6 ในขนาดสูงๆ จะช่วยรักษาข้ออักสบ และโรคเรื้อนกวาง (สะเก็ดเงิน) ได้
ปริมาณที่แนะนำ
- ควรกินวิตามิน D เสริม วันละ 1,000 I.U
เริ่มต้นแนะนำ
บล็อกแห่งนี้จะรวบรวมเมนูอาหาร หรือ วิธีการทำอาหาร ทั่วทั่งเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ไทย จีน เกาหลี
ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อ๊ออ สุดท้ายก็จะมี รวมทริคการทำอาหารแบบต่าง ๆ ไว้ให้ด้วยน่ะคะ่
อย่าลืมติดตามเยี่ยมชม และฝากเว็บบล็อกอันนี้ เป็นอีกหนึ่งในการแนะนำการทำอาหารของคุณ ด้วยน่ะค่ะ